Adwords, มาโฆษณากับ Google กัน!

ตัวอย่างของโฆษณา(แถบสีเหลือง)ที่ปรากฎบนหน้าค้นหาของกูเกิล


เป็นที่รู้กันว่าปัจจุบัน Google เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่น่าจับตามอง


Google บริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดทางอินเตอร์เนตมากที่สุด เมื่อเทียบกับ บริษัท Search engine อื่นๆเช่น Bing และ Yahoo


โดยกำไรที่ได้หลักๆของ Google มาจากการโฆษณา ที่รู้จักกันในชื่อ Google Ads (Adwords)



Google Ads สามารถสร้างผลกำไรให้คุณได้ หากคุณรู้จักวิธีใช้  ในทางกลับกัน

หากไม่รู้วิธีใช้ คุณอาจเสียทั้งเงินและเวลาไปโดยไม่ได้สิ่งใดกลับมา 


การโฆษณานี้อยู่ในรูปแบบของการสร้างลิงค์ในเครื่องมือค้นหา เมื่อมีผู้คลิก ลิงค์นั้นๆ ก็จะเชื่อมโยงไปสู่เว็บที่ทำการโฆษณาไว้ โฆษณาต่างๆ จะปรากฎให้เห็นได้นั้น  ต้องมีคำสำคัญ (Key Word) ที่ตรงกับผลการค้นหา (จากภาพตัวอย่าง)  โฆษณาไม่เพียงแสดงในหน้าแสดงผลการค้นหาของกูเกิลเท่านั้น  แต่ยังแสดงในหน้า เว็บที่รับลงโฆษณาของกูเกิลอีกด้วย (Adsense)


หมายเหตุ  การโฆษณากับ Google นั้น คุณสามารถกำหนดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา หรือ แคมเปญโฆษณาเองได้ ขึ้นอยู่กับทุนโฆษณาของคุณเอง

จัดแคมเปญโฆษณาอย่างไรให้ได้ผล

แคมเปญโฆษณานั้นเป็นสิ่งที่ เราต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง และคอยดูผลอยู่ตลอดเวลา 

ข้อมูลต่อไปนี้จะเป็นคำแนะนำ เกี่ยวกับ การเริ่มต้นโฆษณาที่ดีกับ Google Ads


ก่อนที่คุณจะเริ่มเปิดบัญชีเพื่อทำการสมัคร Google Ads นั้น ควรหาข้อมูล รหัสโปรโมชั่นโฆษณา ตามเว็บต่างๆเสียก่อน

เว็บไซต์มากมายที่มีรหัสโปรโมชั่นพิเศษของ Google เช่น คุณสามารถเริ่มต้นโฆษณาได้ฟรีภายในราคา 50$, 75$, หรือมากถึง 100$ ก็มี นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับมือใหม่ในการเริ่มโฆษณากับ Google 


1 - ง่ายๆแค่เปิดบัญชีกับ Google

อาจดูง่ายเกินไป แต่นี่เป็นความจริง เพียงแค่คุณเปิดบัญชี เป็นวิธีการสมัครแบบมาตราฐาน จากนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ คือเสียค่าธรรมเนียมรายเดือน ซึ่งคุณต้องมั่นใจว่าจะไม่เกินทุนโฆษณาของคุณ และโฆษณาของคุณต้องมีผลตอบรับที่ดี จึงจะคุ้มค่าต่อการลงทุน


2 - การเริ่มสร้างแคมเปญโฆษณานั้น จะมีการตั้งค่าที่มากพอสมควรจึงต้องอาศัยเวลาสักนิด

 เป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นช่วงที่ทำให้คุณได้อ่านและเรียนรู้การทำงานของระบบโฆษณา 


3 - ควรพิจารณาการใช้คำสำคัญ หรือ คีย์เวิร์ดระหว่างโฆษณาของคุณ และของ GoogleAds ให้สัมพันธ์กัน

ใช้คำ หรือกลุ่มคำ ที่คิดว่าผู้เข้าชมจะพิมพ์ค้นหาในเครื่องมือค้นหา(Search Engine)  และเขียนข้อความโฆษณาของคุณอย่างระมัดระวัง   ข้อความโฆษณาของคุณทุกข้อความ จะถูกตรวจสอบก่อนลงโฆษณา จากกูเกิลก่อนว่ามีความเหมาะสมด้านเนื้อหาหรือไม่  และคุณก็ควรจะตรวจสอบว่าข้อความนั้นๆมันตรงกับกลุ่มลูกค้าของคุณหรือไม่


4 - ตรวจเช็คด้วยตัวคุณเองอีกครั้ง ..อย่าไว้ใจระบบช่วยเหลืออัตโนมัติ! 

การตั้งค่าที่ถูกเลือกมาตั้งแต่แรกนั้นเป็นการตั้งค่าพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น แต่หากหลักจากที่คุณทำการโฆษณาไปแล้วคุณได้สังเกตผลของโฆษณาที่เกิดขึ้น คุณสามารถทำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่างๆภายหลัง ให้เข้ากับกรณีของคุณได้  โดยมีเกณฑ์การปรับตั้งค่าดังนี้


  • พื้นที่ หรือประเทศ ที่ต้องการลงโฆษณา
  • ประเภทของเครือข่ายเว็บไซต์ ที่โฆษณาของคุณจะถูกแสดง เช่น เว็บค้นหาหลัก, เว็บบริษัทลูก, การแสดงโฆษณา เป็นต้น ซึ่งมีส่วนอย่างยิ่งต่อผลการโฆษณาของคุณ
  • คำสำคัญ ที่คุณเลือกใช้ในโฆษณาของคุณ จะเป็นตัวกำหนดค่าใช่จ่าย หรือราคาค่าโฆษณา หากคำๆนั้นเป็นที่นิยมมากราคา จะแพง หากไม่ ราคาก็จะถูกลงตามลำดับความนิยม
  • โฆษณาที่เป็นตัวหนังสือจะถูกแสดงอย่างจำกัด ซึ่งตรงข้ามผลที่กราฟแสดง ในกราฟ โดยในกราฟจะแจ้งว่า โฆษณาของคุณถูกแสดงไปจำนวนมาก แต่จะแสดงผลการคลิกโฆษณา จากผู้เข้าชมน้อย

5 - นึกถึงจิตใจผู้เข้าชมอยู่เสมอ
ผู้เข้าชมเป็นสำคัญที่สุด พยายามใช้คำสำคัญที่คุณคิดว่าเขาจะพิมพ์ค้นหาใน กูเกิล  ให้คุณพยายามใช้คำที่ตรงและเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการให้เข้ามาใช้บริการ 

6 - อาศัยเวลาเล็กน้อย เพื่อผลการโฆษณาที่ชัดเจน
การโฆษณาอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ระบบปรับตั้งค่าให้เหมาะสมกับแคมเปญโฆษณาของคุณ  อย่างน้อยหนึ่งวัน     โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่กว่า 90% จะไม่ปรับเปลี่ยนการตั้งค่าในวันเดียวกัน เพราะจะทำให้คุณไม่ทราบผลการตั้งค่าที่แท้จริง


7 - อ่านคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จาก Google

คุณไม่จำเป็นต้องทำตามทั้งหมดแต่ คุณสามารถเลือกที่จะทดสอบฟังก์ชั่นต่างๆที่มีในคำแนะนำของกูเกิลได้ 

ศึกษาคำแนะนำดีๆจากเว็บไซต์ช่วยเหลือของกูเกิล


 ผู้เข้าชมมาก ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป

คีย์เวิร์ดบางคำสามารถดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมากได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นใช่ลูกค้าของคุณจริงหรือ?

ตัวอย่างเช่น คำว่า “ฟรี” หากใส่คำว่า ฟรี ลงในโฆษณาของคุณ ก็จะมีคนเข้ามาในเว็บคุณมากมาย แต่แล้วสิ่งที่พวกเขาต้องการคือ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  คำถามคือเขาจะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าของคุณหรือ ในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการคือ การไม่เสียค่าใช้จ่าย


9 -  ทำการเชื่อมต่อเว็บไซต์คุณเข้ากับ Google Analytic เพื่อคุณจะสามารถวิเคราะห์จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ การสมัครGoogle Analytics เพื่อวิเคราะห์จำนวนผู้เข้าชมเว็บคุณ นั้น เป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณทราบว่าในแต่ละวันมีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์มากน้อยเพียงใด เข้าชมหน้าใดนานที่สุด มากที่สุด นี่จะทำให้คุณสามารถวางแผนการตลาดได้ง่ายขึ้น

คลิก เพื่อดูรายละเอียด Google Analytics เมื่อใช้กับ SimpleDifferent ของคุณ


10 - การจ้างผู้เชี่ยวชาญ

จากวิธีที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น ต้องอาศัยความพยายาม และการเรียนรู้หาข้อมูลสิ่งใหม่ๆเองอยู่เสมอ ซึ่งหากคุณไม่ต้องการที่จะทำเอง ก็สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดูแลเว็บไซต์ให้คุณได้


หมายเหตุ:  พยายามอ่าน หรือเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยตัวเองก่อน จึงค่อยขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เพราะการหาผู้ช่วย คุณต้องพยายามหาคนที่มีความรับผิดชอบ รักษาสัญญา และมีความสามารถดูแลเว็บให้คุณได้จริง ที่สำคัญคุณจะต้องพร้อมที่จะจ่ายค่าจ้างให้ตามที่เขาเรียกร้อง ฉะนั้นหากคุณมีงบประมาณไม่มากนัก  ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ